K

かきくけこ — The K Row

01

ทำไมต้องแถว K?

แถว K คือจุดที่ภาษาญี่ปุ่นเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นภาษาจริงๆ ไม่ใช่แค่แบบฝึกหัดท่องจำ เมื่อมี か, き, く, け, こ อยู่ในมือ คุณก็อ่านคำเกี่ยวกับสิ่งของในชีวิตประจำวันได้ (ใบหน้า ต้นไม้ เสียง) คำกริยาพื้นฐาน (เขียน ฟัง มา) และชื่อสถานที่อีกมากมาย แถว K ยังเป็นจุดที่รูปแบบของตารางลงตัวพอดี: อักษรแต่ละตัวคือพยัญชนะ ('k') บวกกับหนึ่งในห้าสระที่คุณรู้จักอยู่แล้ว — か = k + a, き = k + i, く = k + u และต่อๆ ไป

เคล็ดลับช่วยจำ: ลองนึกถึง “kah, kee, koo, keh, koh” — ก็คือลำดับ AIUEO ที่เติมเสียง 'k' หนักๆ ไว้ข้างหน้านั่นเอง แถวอื่นๆ ทุกแถวก็ทำงานแบบเดียวกัน
02

การออกเสียงโดยสรุป

KanaRomajiการออกเสียง
kaLike "ka" in "car"
kiLike "key"
kuLike "coo" in "cool", but shorter
keLike "ke" in "kept"
koLike "co" in "coat"
03

คำที่คุณอ่านได้ด้วยแถว K

เมื่อคุณรู้จักสระและ かきくけこ แล้ว คุณก็อ่านภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวันได้มากมาย คำเหล่านี้ใช้เพียงอักษรจากสองแถวแรกของตาราง พิมพ์เป็นบัตรคำ →

kaoface
kakipersimmon · oyster
kakuto write
kauto buy
kitree, wood
kikuto listen, to ask
kuchimouth (preview — uses ち)
koevoice
kokohere
koicarp · love
akiautumn
ikepond
ekistation
okahill
kaikeiaccounting · the bill
04

ขั้นต่อไป

หลังจากแถว K ขั้นต่อไปคือแถว が (が ぎ ぐ げ ご) — รูปอักษร K เดิมที่มีเครื่องหมายเสียงก้อง (゛) อยู่ด้านบน จากนั้นตารางก็จะค่อยๆ เติมเต็มทีละแถว